Matee's profileJeDi InTaNiAPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 18

    อยากบอกเพื่อนว่า...

    วันนี้ขอสละเวลาในการอ่านหนังสือ (ทั้งที่ไม่ควรสละ) มาเขียนเรื่องให้ใครที่เป็นผู้โชค  ได้อ่านกันอีกเรื่องละกัน  จากคราวที่แล้วที่แต่งเรื่องแรก คือ สิ่งที่ลืมไปคือตัวเรา  ก็ได้รับการบอกเล่ามาว่าอ่านยากบ้าง  อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง  หรือออกแนวเดียวกับหนังสือที่ขายตามท้องตลาดบ้าง  อันนี้ก็จะน้อมนำมาปรับปรุงละกันนะ    สำหรับวันนี้ก็จะขอแต่งเรื่องที่อาจจะบรรยายความรู้สึกของคนหลายคนในช่วงนี้  รวมถึงตัวเราเองด้วยมั้ง  ส่วนเนื้อหาจะเป็นไงนั้น  คงไม่อารัมภบทให้มาก  ไปอ่านกันเลยละกัน (แล้วอาจจะเข้าใจก็ได้ว่าทำไมเราถึงสละเวลาอ่านหนังสือมาแต่งเรื่อง)

     

    อยากบอกเพื่อนว่า...

     

                    เบื่อจัง  จะสอบแล้วแต่ไม่ค่อยมีอารมณ์อ่านหนังสือเลยอะ

                    เฮ้ย กลับบ้านแล้วหรอ  ไปไหนกันก่อนเปล่า ยังไม่อยากกลับเลยอะ

                    หาไรทำกันป่าว (จะทำไรอะ)  ไม่รู้ดิ  คิดไม่ออกอะ  แค่เซ็งๆ

                    ช่วงนี้รู้สึกเซ็งๆอะ  สงสัยเพราะ..(สาเหตุต่างๆนานา)..มั้ง

     

                       หลายคนอาจรู้สึกมีอาการที่ทางชาวโลกเช่นเราเรียกว่าเซ็ง  หรือเบื่อ 

    บางทีก็คล้ายเหมือนมีอะไรทำ  แต่สิ่งที่ทำอยู่มันยังกับไม่ใช่ตัวเอง  ทำแล้วก็งั้นๆ 

    ไม่ได้รู้สึกว่าทำให้ใจเป็นสุขสักเท่าไหร่นัก   กลับทำให้หดหู่ลงด้วยซ้ำ  

    เราพยายามหาอะไรทำ  ครุ่นคิดไปมาว่าจะทำอะไรดีให้รู้สึกมีความสนุก 

    เพลิดเพลิน  แต่แล้วก็จบลงที่เดิม คือเบื่อหน่าย  เหมือนทำอะไรจำเจซ้ำซาก

                                    หลายครั้งเราพบว่าการอยู่กับเพื่อนแล้วทำกิจกรรมร่วมกันเพียงแค่ไม่นาน

     อาจทำให้เรารู้สึกสนุก และเป็นสุขได้มากเท่ากับที่เราจะเล่นเกมส์อยู่คนเดียวเป็นชั่วโมง 

    หรือสุขยิ่งกว่าด้วยซ้ำ !  ทำไมล่ะ  ทั้งที่หลายครั้งเราอยากเล่นเกมส์อยู่คนเดียวมากกว่าจะพูดคุยกับเพื่อน 

    คุยโทรศัพท์กับเพื่อน  หรือออกเที่ยวกับเพื่อน

                                    จริงอยู่ว่าเราทุกคนเกิดมาตัวคนเดียว  แต่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม  ย่อมต้องการเพื่อน

    สิ่งหนึ่งที่เราขาดไม่ได้คือเพื่อน  และสังคม  หลายครั้งที่เราเองก็อยากอยู่คนเดียว  ไม่ต้องการเจอใคร

    แต่ยังไงวันนึงเราก็ต้องการเค้าอยู่ดี  ตั้งแต่เราเริ่มเรียนอนุบาลจนโตมาถึงระดับมหาวิทยาลัย  และแม้ต่อไปก็เถอะ 

    ถ้าเรารู้ว่าอาการเบื่อของเรามาจากไหน  บางทีเราอาจแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการจัดการกับต้นเหตุเสีย

                                    เราอาจสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปในแต่ละวัน  ด้วยการปรับตัวเองให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอารมณ์ของเรา 

    ถ้าเรารู้สึกเบื่อ  รู้สึกเหงา  เราก็แค่โทรศัพท์หาเพื่อนสักคนที่สนิท คนที่คุณรู้สึกว่าคุยด้วยแล้วทำให้คุณสบายใจขึ้น 

    ไม่ว่าจะด้วยการนินทาเรื่องชาวบ้านให้คุณฟัง  หรือเล่าชีวิตประจำวันของเขาหรือเธอให้คุณฟังก็ตาม

    เคยได้ยินมั๊ยล่ะที่เค้าว่ากันว่า  เพื่อนแท้น่ะบางทีแค่ได้ยินเสียงกันก็ทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นได้แล้ว 

    หรือบางทีแค่ความเงียบก็ทำให้เพื่อนอีกคนรู้สึกดีได้เลยนะ

                                    เราได้คุยกันไปในแง่ของการเป็นผู้รับความสุขจากเพื่อนแล้ว  ถ้าวันนึงเกิดคนที่กำลังเบื่อ  หรือเซ็งไม่ใช่เรา 

     แต่เป็นเพื่อนของเราล่ะ  เราควรทำตัวยังไง   เพื่อนบางคนอาจมีปัญหากับแฟน  หรือทะเลาะกับเพื่อนอีกคน 

    มีปัญหาเรื่องการเรียน  กังวลกับการสอบ  หรือแม้แต่เบื่อขึ้นมาเฉยๆอย่างไม่รู้สาเหตุก็ได้ 

    เราในฐานะเพื่อนคนนึงก็ควรที่อย่างน้อยจะสละเวลาให้เพื่อนของคุณ 

    แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถทำให้เขาหรือเธอมีความสบายใจได้เต็มร้อยหรอก  แต่แค่อยู่เคียงข้างก็อาจทำให้ลืมเรื่องไม่ดีไปพักนึงได้

    แค่นี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?  ส่วนว่าใครจะทำให้เพื่อนดีขึ้นได้แค่ไหนอันนี้ก็ความสามารถเฉพาะตัวแล้วหละ

                                    คราวนี้เราอาจพบว่าด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน หลายอย่างของเราจึงคล้ายกันมาก  เช่น เมื่อเราอารมณ์ไม่ดี 

    เพื่อนเราก็ดันอารมณ์ไม่ดีตามซะด้วยสิ  แล้วจะทำไงดีล่ะเนี่ย  บางทีพอนึกอยากจะโทรไปหาเพื่อคุยให้สบายใจ 

    กลับกลายเป็นว่าเห็นเพื่อนก็กำลังหงุดหงิดอยู่  ทำให้เราก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้ช่างมืดมนยิ่งนัก  มีแต่คนกำลังเบื่อ  เซ็ง 

    ก็ขอให้เราคิดละกันว่า  ถ้าเราผ่านวันนี้ไปได้วันหน้าก็คงสดใสขึ้นบ้างแหละ  ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสนิ  จริงมะ?

                       จะอย่างไรก็ตามนะ  สิ่งนึงที่น่าจะเป็นอะไรที่ดีคงเป็นการพยายามคุมอารมณ์ตัวเองไว้ให้มากที่สุดในตอนที่

    ทั้งเราและเพื่อนต่างก็ประสบปัญหาเหมือนกัน  อย่างน้อยที่สุดถ้าใครคุมอารมณ์ไว้ได้มาก  ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีแก่คนทั้งสองแหละ 

    แม้จะไม่มีใครสามารถมีความสุขใจได้เต็มร้อย แต่ก็คงช่วยให้อีกคนไม่รู้สึกว่าโลกนี้มันมืดทึมเกินไปนักหรอก 

    แต่ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเอาอารมณ์ไปลงกับอีกคนซึ่งเป็นเพื่อนของเราด้วยความเผลอตัวเลย  สู้ไม่พูดกันสักพักคงดีกว่า

                                    บางครั้งเราอาจจะเบื่อหน้าเพื่อน  อาจเพราะเหตุการณ์บางอย่าง  หรือเพราะเราได้เจอเพื่อนใหม่ที่ดูเหมือนจะดีกว่าเพื่อนเก่า 

    ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าเราได้ขาดเพื่อนคนนี้ไป ไม่ว่าจะด้วยจบการศึกษา  ทะเลาะกัน  หรือแม้แต่เพราะตัวเราห่างกันไปเองก็ตาม

     เราถึงจะรู้สึกว่าเราได้ขาดสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของเราให้สมบูรณ์ไป  

     

    "เราทุกคนอยากให้เพื่อนเป็นอย่างที่เราต้องการ แล้วเราล่ะเคยให้ในสิ่งที่เพื่อนต้องการบ้างมั๊ย"

     

                   

    ทุกคำถามมีคำตอบเสมอ  และบางคำถามก็มีหลายคำตอบ

                                    นิยามของเพื่อนก็เช่นกัน  ขึ้นกับว่าเราเลือกที่จะมองเพื่อนในแบบไหน

     

    กัปปะน้อย 

    16:01 .
    18  ธันวาคม  2549

                ก็ขอจบเนื้อเรื่องลงเพียงเท่านี้นะ  บางคนอาจสงสัยว่าทำไมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา  ตั้งใจจะให้ใครอ่านเป็นพิเศษ  หรืออยากให้เพื่อนที่กำลังทะเลาะกันอ่านหรือเปล่า  ก็ขอตอบเลยนะว่าเปล่า  เรื่องที่เขียนเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เจอกันเป็นปกติอยู่แล้ว  วันนี้ไม่เจอวันหน้าก็อาจเจอ  ดังนั้นเราไม่ขอเจาะจงใครเป็นพิเศษ  ถ้าจะเจาะจงจริงๆก็คงเลือกที่จะมอบให้แก่เพื่อนทุกคนที่ช่วงนี้อาจจะมีอารมณ์เครียด  โกรธง่าย  แล้วก็ยังเซ็งกับชีวิตอีกด้วย (ตอนนี้หลายคนรอบตัวก็เป็นกันอะนะ บอกตามตรง  รวมทั้งตัวเราเองหลายครั้งก็เป็น)  อาจเป็นเพราะใกล้สอบแล้วก็รู้สึกจะอ่านหนังสือไม่ทันด้วยแหละ  อารมณ์เลยอาจบูดไปบ้าง  หวังว่าทุกคนหลังจากได้อ่านสิ่งที่เราเขียนก็คงสบายใจขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยนะ

                ครั้งนี้เราตั้งใจว่าเขียนให้มันอ่านรู้เรื่องขึ้น  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรู้เรื่องขึ้นรึเปล่า  ถ้ายังไงรบกวน comment ไว้ด้วยละกันนะ  มีข้อเสนอแนะตำชมยังไงก็ว่ากันมาเลย ถ้าห่วยเกินอ่านได้  จะให้เลิกเขียนก็เสนอมาได้เลยนะ  วันนี้ก็คงขอจบแต่เพียงเท่านี้แหละ  ขอความสุขจงมีแก่เพื่อนทางโลกทุกคน  ขอบคุณที่อุตส่าห์สละเวลาเข้ามาอ่านครับ  สวัสดี ^_^

     

     

    December 17

    สิ่งที่ลืมคือ...ตัวเรา

    วันนี้ขอเริ่มเปลี่ยนแนวการเขียน blog หน่อยละกันนะ  
    จากเดิมที่จะใช้ blogนี้ในการเล่าถึงชีวิตในแต่ละวัน 
    ซึ่งก็คงเหมือนกันกับ blog ของใครอีกหลายคน
     
    ที่จะเขียนวันนี้  และคาดว่าต่อๆไปคงเป็นเรื่องที่หวังว่าจะน่าสนใจสำหรับคนที่เข้ามา blog นี้กันนะ
    โดยจะพยายามเล่าเป็นเรื่องที่อาจจะให้ข้อคิด หรือให้ความบันเทิง
    ซึ่งก็ได้มาจากชีวิตประจำวันของตัวเรา  และคนรอบข้างไม่มากก็น้อย รวมไปถึงหนังสือ หรือบทความที่ได้อ่านด้วย
      ถ้ากระทบกระเทือนใครรุนแรง  ทำให้เสียชื่อเสียงและไม่พอใจก็ขอให้บอกกันได้จะเอาออกให้เลย
    (คิดว่าไม่น่ามีนะ  เพราะที่เขียนนี่ไม่มีอารมณ์โกรธเคือง  ขุ่นแค้นใครเป็นพิเศษ   เขียนไปตามที่คิด  ไม่ได้ตั้งอคติไว้แต่อย่างใด) 
     
    เรามาเริ่มกันด้วยเรื่องขำๆละกัน  เรื่องนี้ชื่อว่า  ....
     

                       สิ่งที่ลืมคือ...ตัวเรา

    เราเคยถามตัวเองมั๊ยครับว่าวันนึงๆเราใช้เวลาส่วนใหญ่ทำอะไร 
    คำตอบที่ออกมาของหลายคนก็อาจแตกต่างกันไปตามแต่สาขาอาชีพ
    และอายุของแต่ละคน  บางคนตอบว่าเรียน  บางคนก็บอกกำลังทำงาน
    หรืออีกส่วนใหญ่ของคำตอบคือนอน


    ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองคำถามสักหน่อยว่า  วันนึงเราตัวเราเองแสดงอาการอะไรมากที่สุด  เช่น 
    เรากำลังทำอะไรอยู่ นอน นั่ง ยืน  พูด หัวเราะ ทำหน้าบึ้ง  เราเคยสังเกตตัวเองบ้างมั๊ย?

    คำตอบที่ออกมาอาจแปลกใจใครหลายคน
    ถ้ามีใครสักคนขอให้เพื่อนสังเกต  และจดพฤติกรรมของเขาว่าแต่ละชั่วโมงมีอารมณ์ที่สื่อออกมาให้คนภายนอกรู้ต่างกันแค่ไหน  หรือแม้แต่ระยะเวลาที่ใกล้กันแต่ละนาทีก็เถอะ  เขาอาจจะต้องตกใจกับสิ่งที่เพื่อนเขาได้เขียนลงบนสมุดโน้ตพฤติกรรม
    เพราะเค้าจะพบว่าสิ่งที่เพื่อนได้เขียนลงไปนั้น  หลายอาการทำไมเขาไม่เคยรู้เลยล่ะ ดีไม่ดีเขาอาจจะเถียงหัวชนฝาด้วยซ้ำไปว่าเขายังไม่รู้สึกเลยว่าวันนี้ได้ทำอะไรอย่างนั้นลงไป  หรือไม่ก็พูดปัดไปว่าเพื่อนเอ๋ย นายจดผิดแล้วล่ะ

    มนุษย์เราเลือกที่จะอยู่กับสิ่งที่พอใจ(ถ้าเลือกได้)  และอยากจะต่อสิ่งที่พอใจนั้นให้ยาวนานออกไป 
    ถ้ามีกราฟชีวิตอยู่ก็อยากจะให้มันพุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุด  แล้วคงค่าของมันไว้อย่างนั้น
    นอกจากนี้เรายังชอบที่จะสนใจสิ่งที่แปลกไปจากปกติ  เช่น การได้เจอเพื่อนใหม่ที่คุยกันถูกคอ
    การได้ของขวัญวันเกิด  การทำอะไรใหม่ๆได้  และสิ่งนึงที่เรามักสนใจเป็นพิเศษก็คือ ความผิดชาวบ้าน
    ใครชอบใคร   ใครทะเลาะกัน  ใครเพิ่งคบกัน จะอยู่กันยืดมั๊ย? 
    คนนั้นแอบมีกิ๊ก  คนนี้เจ้าชู้หน้าม้อ  ไอ้นั่นมันคาสโนว่า  เธอมันคาสโนวี่ ไอ้..โดนแทงข้างหลัง
    หรือแม้แต่นินทาเชิงสาปแช่งด่าว่าร้ายคนอื่น

    นอกจากนี้เรายังมีความสามารถอีกอย่างคือ  จับผิดคนอื่นได้เรื่อยไป  แต่ความผิดตัวเองไม่ปรากฏ
    หรือแม้ปรากฏก็อภัยให้ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว  ถึงพูดก็พูดในทำนองขอไปที
    มีน้อยคนนักที่จะยอมรับในความผิดตัวเอง  และยินดีแก้ไขในสิ่งที่ทำด้วยใจจริง

    วันหนึ่งๆผ่านไปโดยเราสนใจเรื่องคนอื่นเป็นพิเศษ  แล้วตัวเราล่ะเคยน้อมใจเข้ามาดูบ้างมั๊ย
    หลายครั้งที่เราใจเหม่อลอย  เคยคิดจะเอาสติกลับมามั๊ย  หรือแม้แต่จะรู้ว่ากำลังเหม่อลอยก็ยากแล้ว
    เราสนใจแต่เรื่องคนอื่น มีบ้างมั๊ยที่เราจะเอาใจมาดูตัวเราว่าเป็นอย่างไร
    การจ้องจับผิดเป็นสิ่งที่เราถนัด  แต่มีมั๊ยที่เราจะจ้องจับผิดตัวเอง

    เราเคยชินกับการอยู่แต่กับสิ่งเร้าภายนอก  น้อยคนนักจะรู้ว่าเพียงเราเริ่มต้นสละเวลาทีละนิดเข้ามาอยู่กับตัวเองบ้าง
    เราก็อาจจะเป็นคนนึงที่มีความสุขได้ยาวนานกว่าคนอื่น  เราอยู่กับตัวเราเองได้แม้ขณะพอเจอผู้คน 
    เราอยู่กับตัวเองได้แม้อยู่ในห้องเรียน  เราสามารถรู้ตัวเราเองเพื่อนำไปปรับปรุง  
        

    เพียงเรารู้ว่าเราไม่ดีอย่างไร  แล้วค่อยปรับปรุง เพียงแค่นี้เราก็ประกันกับตัวเองได้แล้วว่าวันนึงเราจะดีแน่ แม้จะยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรก็ตาม  แต่ถ้าเราไม่แม้แต่จะรู้ว่าเราไม่ดีอย่างไร  ก็คงไม่ต่างกับการขอทรัพย์จากโจร

    กัปปะน้อย  

    18:47 น. 

    17 ธันวาคม 2549 

    วันนี้ขอจบเนื้อเรื่องไว้แค่นี้ก่อนละกันนะ  เป็นครั้งแรกที่แต่งขึ้นมา  อาจจะมีประโยคและข้อความที่ยังไหลไม่ลื่นอยู่บ้าง  ก็หวังว่าจะได้มีโอกาสแต่งเรื่องต่อๆไปอีกนะ  สำหรับคนที่เข้ามาอ่านแล้วก็ช่วยกัน comment ด้วยนะ  ชอบไม่ชอบยังไงบอกด้วย  จะได้เป็นกำลังใจในการแต่งเรื่องต่อไปอีก ... ใครเข้ามาไม่ comment นี่ขอให้ ....

     

    ขอความสุขจงมีแก่ผู้อ่านทุกท่าน