Matee 的个人资料JeDi InTaNiA照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
8月11日 Just to make it alive !
------------------------------------------------------------------------------ “Who ran to help me when I fell, เมื่อล้มกลิ้งใครหนอวิ่งเข้ามาช่วย - Ann Taylor -
ไม่ได้อัพซะนาน ตามชื่อแหละ "Just to make it alive" วันนี้อัพเพลงอิ่มอุ่นขึ้น space แต่ถึงอย่างไรก็ 'กล้า' จะอัพขึ้น นี่อัพเล่นๆ คงได้อัพใหม่ใน 1-2 วัน(มั้ง) ปล. ตื่น 6 โมงหน่อยๆแน่ะ โคตรเช้า วันเสาร์นะเนี่ย !
4月15日 ย้ายฐานการผลิต !!สวัสดีปีใหม่ไทย พุทธศักราช 2550
ขอความสุข ความเจริญ และความมั่งมีจงมีแด่ท่านทั้งหลาย
ผู้เข้ามา Space แห่งนี้ ตลอดจนคนไทยทั่วประเทศโดยเท่าเทียม --------------------------------------------------------------------------
ตามหัวข้อคือ เราย้ายฐานการผลิต !! (อลังการจังเลย)
จากเดิมเราใช้ที่เก็บของต่างๆ ไม่ว่าจะเพลง หรือรูป ไว้บน server ของภาคคอม วิศวฯ จุฬาฯ ซึ่งมีปัญหาด้านการล้มลง(down) อย่างกระทันหัน ของมันอยู่บ่อยๆ เราจึงทำการย้ายฐานการผลิตใหม่ทั้งหมดแล้ว (คุณภาพเสียงเพลงใน blog ลดหน่อยนะ จะได้โหลดเร็วขึ้น ถ้าอยากได้คุณภาพเต็มๆ ให้โหลดเอาจาก entry เก่า เรื่อง 'ทดลองอัพเพลงที่เล่นเอง')
สงกรานต์ปีนี้อดเล่นน้ำ เพราะท่านแม่ห่วงว่าลูกชายแสน(น่า)รัก
จะได้รับอันตรายจากระเบิด เนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมือง จริงๆ จะออกก็ได้นะ แต่รู้สึกจะไม่มีใครออกเลยนิหว่า ไม่เป็นไร ไม่ออกก็ได้ เชอะ (ข้าวมันไก่ประตูน้ำ พี่ซื้อมาฝากอร่อยดี 55+) ยังไงก็ต้องหาเวลาอยู่บ้านบ้างอยู่แล้วแหละ เพราะมันจะสอบนิ (เปิดมาก็สอบ)
วิชา intro to law กับอะไรสักตัวที่ยังไม่รู้ว่าชื่ออะไร health สักอย่างมั้ง วิชาสหเวชฯ สาวๆงามพอประมาณ หุห (ยุ้ย กับเจนเข้ามาอ่านอย่าตกใจ เราไม่ได้หมายถึงท่านทั้งสอง ฮ่าๆๆ) ต้องอ่านเองหมดเลย เพราะในห้องไม่ฟัง เฮ้อ นิสัยไม่ดี
วันสงกรานต์ เราจะลืมกันไม่ได้กับการทำบุญในวันปีใหม่เช่นนี้
กำลังจะพิมพ์ 'นิตยสารธรรมะใกล้ตัว' ส่งให้คนที่ต้องการทางไปรษณีย์ เพื่อเป็น 'ธรรมทาน' ในช่วงเดือนเมษายนนี้ จึงขอบอกให้ทราบโดยทั่วหน้ากัน เพื่อร่วมอนุโมทนา อนุโมทนา คือการร่วมยินดีในกรรมดีของผู้อื่น
Buddhist Teaching มีสอนว่าการร่วมยินดีในกุศลของผู้อื่น ก็เหมือนเราทำบุญด้วย ส่วนจะได้มากได้น้อย ขึ้นกับความปิติที่ร่วมยินดี (ยินดีในความชั่วคนอื่น ก็บาปด้วยนะ) เป็น 1 ใน 10 ข้อของ 'บุญกิริยาวัตถุ 10' (เรียนมาได้ใช้ด้วย เก่งมะ ^_^) 'นิตยสารธรรมะใกล้ตัว' หาอ่านได้จาก
http://dungtrin.com/mag/ ณ ตอนที่เขียน ออกมาแล้ว 13 ฉบับ ฉบับอื่นๆก็หาอ่านได้จากในเวปที่ให้น่ะแแหละ ใกล้ตัวแค่ไหน ต้องลองไปดูเอง _/\_ วันนี้จริงๆกะแต่งเรื่องสักเรื่องเหมือนกัน แต่ง่วงเลยนอนซะก่อน แล้วตะกี้ก็กะอัดเพลงใหม่สักเพลง แต่คิดไปคิดมาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า สรุปแล้ว space ก็เลยได้มาเท่าที่เห็นนี่แหละ โอกาสหน้าคงอัพสักอย่าง ซึ่งคาดว่าน่าจะใน 2-3 วันนี้แหละ
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน จะบอกว่าเพราะไม่ได้ทำ space ก็ไม่น่าใช่ (เพราะบีมัน comment ได้ทั้งที่ไม่มี blog จำได้ว่าตอนนั้นโน้ตก็ comment ได้) เอาเป็นว่าวันนี้พอแค่นี้ดีกว่า (ยาวเกินและ ใครอ่านถึงตรงนี้แสดงว่าอดทนมาก) สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ และสวัสดี ปล.for PSP1 SG85 : จะเลี้ยงห้องประมาณกลางเดือนพฤษภา(โอ่งบอกมา)
เมื่อวานไปกินข้าวที่เซ็นทรัล เจอป๋า NOV ด้วย มันอ้วนเป็นหมูเลยหวะ เหอๆ ยิ่งกว่าโอ่งแล้ว ข่าวล่าคือมันเลิกกับแฟนแล้วด้วย(โอ้ว)
4月7日 "วันใหม่กับ Space ใหม่ "
4月1日 ทดลองUp เพลงที่เล่นเองทดลองอัพเพลงที่เล่นเอง 55+ ใครเปิดหน้าแรกมาอย่าตกใจ มีเสียงใครที่ไหนมาร้อง นักร้องใหม่รึเปล่า ไม่ใช่ !! แต่เป็น PoP เอง หุหุ (เผอิญว่าว่างจัด รอพี่แต่งตัวพาไปกิน MK+มนต์นมสดน่ะ แหะๆ)
เริ่มด้วยเพลง ภาวนา ของโก้ Mr.Saxman เอามาเล่นแบบมั่วๆดู
ใครอยากฟังเต็มๆ สามารถโหลดได้ที่(ไม่ค่อยโปรโมตเลยแฮะ) เพลงภาวนา (pop version 55+) ฟังเสร็จ comment ด้วยก็ดีนะ (เช่น 'เลิกร้องเหอะแสบแก้วหู'
หรือ 'นายยอดมากเรานึกว่าฟังเด็กอนุบาลร้องเพลงอยู่'
หรือแม้แต่ 'สุดๆไปเลยขอแนะนำให้เข้าไปเล่นคนเดียวในห้องน้ำ'
ไม่ก็'ลงประกวดดิดนตรีคนหูหนวกอะ' โฮ่ๆ )
ปล.เรื่อง รักที่ไม่ผ่านพ้นไป จะอัพในโอกาสหน้านะ รอมีเวลาแต่งก่อน ยังไม่ต้องรีบร้อนมาเร่งต้นฉบับล่ะ อิอิ
ส่วนใครที่เข้ามาแล้วฟังเพลงจนสลบไปก็ถือว่าโชคร้ายละกันนะที่เข้ามา space แห่งนี้ Grakkk 3月19日 รักที่ไม่ผ่านพ้นไป(ตอนที่ 1)
สวัสดีผู้มาเยือนครับ ว่าแล้วก็ได้เวลามาอัพสเปซกันแล้ว จริงๆจะอัพตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้วแหละ แต่ยังไม่ว่างทั้งยังอยากจะนอนเยอะสักหน่อย วันนี้หลังจากอบรมสัมมนาของบริษัท TN จบ ก็ได้กลับบ้าน(ค่อนข้าง)เร็วกว่าทุกวัน เลยมีเวลามาอัพสเปซซะที อีกอย่างคือคุยโทรศัพท์กับวุดวันนี้ตอนเย็นแล้วบอกมันด้วยว่าจะอัพสเปซถ้าไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ดังนั้นก็ขอรักษาคำพูดละกัน
ด้วยเรื่องบางประการที่เกิดกับเพื่อนคนหนึ่ง(หรือสองคน) ทำให้หัวข้อที่ตั้งใจจะอัพสเปซก็มีขึ้นในหัวตั้งแต่วันเสาร์แล้วว่าจะเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับ “ความรัก” ในการอัพกระทู้ครั้งนี้ เราตระหนักดีว่าการที่คุณหลงเข้ามา นั่นคือการสละเวลาส่วนหนึ่งของชีวิตอันมีค่า ดังนั้นขอเชิญอ่านบทความด้วยสายตา ความคิด และเวลาที่มีค่าของคุณเลยครับ
‘รัก’ แล้วทำไมต้อง ‘เลิกรัก’ !
ถ้าเกิดมี ‘รัก’ แล้ว จะให้มันอยู่ตลอดไปได้มั๊ย ?
ทำไมบางคนเหมือนเจอ ‘รักแท้’ แต่บางคนเจอแต่ ‘รักปลอม’ !
. . .
มนุษย์ชอบตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบ ในวัยเด็กเราสงสัยได้ไม่พ้นเรื่องทั่วไปที่เราเห็นนัก อย่างหรูหน่อยก็อาจตั้งคำถามกับพ่อแม่ของตนได้เผอิญตรงกับความรู้วิทยาศาสตร์อันเป็นสมบัติส่วนกลางของโลกที่ใครจะเข้าถึงก็ได้
เมื่อถึงจุดนึงชีวิตก็จะเริ่มแสวงหาการเข้าคู่กันของเพศ หรือที่เราเรียกกันอย่างรู้กันว่า ‘แฟน’ แม้ไม่เคยมีแต่อย่างน้อยก็ต้องเริ่มเห็นเพื่อนมีแฟนกันบ้าง และเริ่มตามหาของตัวเองบ้างในบางคน
บางคู่ไปด้วยกันต่อได้จนเราเองต่างหากล่ะที่ต้องแยกย้ายจากเพื่อนไปเข้าศึกษาต่อ ณ สถานศึกษาแห่งใหม่ตามวัยอันควร ทั้งที่คบกันมานานกว่าแฟนอีก ดันต้องแยกจากกันก่อนแฟนมันซะอีกสิน่า
เราอาจได้เห็นเพื่อนตัวดีต้องอกหักรักคุด หรือไม่ก็ทำให้อีกฝ่ายชอกช้ำใจไป แต่สิ่งนึงที่เหมือนกันคือ . . . ทั้งคู่เลิกกัน และนั่นคือการ ‘หมดรัก’?
ขณะที่เรามีความสุขกับคนรัก เราอาจไม่เคยตั้งคำถามอะไรให้กับตัวเองเท่าใดนัก อย่างมากถามขึ้นมาเล่นๆว่า ‘ทำไมเราถึงมีสุขเช่นนี้นะ เคยทำอะไรร่วมกันมา’ แต่แล้วก็ไม่ใคร่หาคำตอบจริงจังนัก ทำได้ดีที่สุดก็ยกประโยชน์ให้ ‘โชคชะตา’ หรือมองเป็น ‘เรื่องบังเอิญ’ บางคนอาจใช้คำที่ฟังดูสวยงามหน่อยอย่าง ‘พรหมลิขิต’
แม้วันที่เราต้องเสียใจที่สุด คนส่วนมากก็เลือกที่จะร้องไห้ฟูมฟาย คำถามที่ถูกตั้งขึ้นมาในหัวก็มีแต่คำถามเดิมซ้ำๆ ‘ทำไงเค้าถึงจะกลับมานะ’ ไม่ก็ ‘เมื่อไหร่จะเลิกรักเค้าซะทีนี่’
จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเพียงเลือกที่จะตั้งคำถามที่ดีมากพอ และหาคำตอบให้อย่างจริงจัง นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘เส้นทางรัก’ ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล !
จบตอนที่ 1
19/03/2550
พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดี
12月18日 อยากบอกเพื่อนว่า...
วันนี้ขอสละเวลาในการอ่านหนังสือ (ทั้งที่ไม่ควรสละ) มาเขียนเรื่องให้ใครที่เป็นผู้โชค… ได้อ่านกันอีกเรื่องละกัน จากคราวที่แล้วที่แต่งเรื่องแรก คือ “สิ่งที่ลืมไปคือ…ตัวเรา” ก็ได้รับการบอกเล่ามาว่าอ่านยากบ้าง อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง หรือออกแนวเดียวกับหนังสือที่ขายตามท้องตลาดบ้าง อันนี้ก็จะน้อมนำมาปรับปรุงละกันนะ สำหรับวันนี้ก็จะขอแต่งเรื่องที่อาจจะบรรยายความรู้สึกของคนหลายคนในช่วงนี้ รวมถึงตัวเราเองด้วยมั้ง ส่วนเนื้อหาจะเป็นไงนั้น คงไม่อารัมภบทให้มาก ไปอ่านกันเลยละกัน (แล้วอาจจะเข้าใจก็ได้ว่าทำไมเราถึงสละเวลาอ่านหนังสือมาแต่งเรื่อง) อยากบอกเพื่อนว่า... เบื่อจัง จะสอบแล้วแต่ไม่ค่อยมีอารมณ์อ่านหนังสือเลยอะ เฮ้ย กลับบ้านแล้วหรอ ไปไหนกันก่อนเปล่า ยังไม่อยากกลับเลยอะ หาไรทำกันป่าว (จะทำไรอะ) ไม่รู้ดิ คิดไม่ออกอะ แค่เซ็งๆ ช่วงนี้รู้สึกเซ็งๆอะ สงสัยเพราะ..(สาเหตุต่างๆนานา)..มั้ง หลายคนอาจรู้สึกมีอาการที่ทางชาวโลกเช่นเราเรียกว่าเซ็ง หรือเบื่อ บางทีก็คล้ายเหมือนมีอะไรทำ แต่สิ่งที่ทำอยู่มันยังกับไม่ใช่ตัวเอง ทำแล้วก็งั้นๆ ไม่ได้รู้สึกว่าทำให้ใจเป็นสุขสักเท่าไหร่นัก กลับทำให้หดหู่ลงด้วยซ้ำ เราพยายามหาอะไรทำ ครุ่นคิดไปมาว่าจะทำอะไรดีให้รู้สึกมีความสนุก เพลิดเพลิน แต่แล้วก็จบลงที่เดิม คือเบื่อหน่าย เหมือนทำอะไรจำเจซ้ำซาก หลายครั้งเราพบว่าการอยู่กับเพื่อนแล้วทำกิจกรรมร่วมกันเพียงแค่ไม่นาน อาจทำให้เรารู้สึกสนุก และเป็นสุขได้มากเท่ากับที่เราจะเล่นเกมส์อยู่คนเดียวเป็นชั่วโมง หรือสุขยิ่งกว่าด้วยซ้ำ ! ทำไมล่ะ ทั้งที่หลายครั้งเราอยากเล่นเกมส์อยู่คนเดียวมากกว่าจะพูดคุยกับเพื่อน คุยโทรศัพท์กับเพื่อน หรือออกเที่ยวกับเพื่อน จริงอยู่ว่าเราทุกคนเกิดมาตัวคนเดียว แต่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ย่อมต้องการเพื่อน สิ่งหนึ่งที่เราขาดไม่ได้คือเพื่อน และสังคม หลายครั้งที่เราเองก็อยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องการเจอใคร แต่ยังไงวันนึงเราก็ต้องการเค้าอยู่ดี ตั้งแต่เราเริ่มเรียนอนุบาลจนโตมาถึงระดับมหาวิทยาลัย และแม้ต่อไปก็เถอะ ถ้าเรารู้ว่าอาการเบื่อของเรามาจากไหน บางทีเราอาจแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการจัดการกับต้นเหตุเสีย เราอาจสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปในแต่ละวัน ด้วยการปรับตัวเองให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอารมณ์ของเรา ถ้าเรารู้สึกเบื่อ รู้สึกเหงา เราก็แค่โทรศัพท์หาเพื่อนสักคนที่สนิท คนที่คุณรู้สึกว่าคุยด้วยแล้วทำให้คุณสบายใจขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการนินทาเรื่องชาวบ้านให้คุณฟัง หรือเล่าชีวิตประจำวันของเขาหรือเธอให้คุณฟังก็ตาม เคยได้ยินมั๊ยล่ะที่เค้าว่ากันว่า เพื่อนแท้น่ะบางทีแค่ได้ยินเสียงกันก็ทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นได้แล้ว หรือบางทีแค่ความเงียบก็ทำให้เพื่อนอีกคนรู้สึกดีได้เลยนะ เราได้คุยกันไปในแง่ของการเป็นผู้รับความสุขจากเพื่อนแล้ว ถ้าวันนึงเกิดคนที่กำลังเบื่อ หรือเซ็งไม่ใช่เรา แต่เป็นเพื่อนของเราล่ะ เราควรทำตัวยังไง เพื่อนบางคนอาจมีปัญหากับแฟน หรือทะเลาะกับเพื่อนอีกคน มีปัญหาเรื่องการเรียน กังวลกับการสอบ หรือแม้แต่เบื่อขึ้นมาเฉยๆอย่างไม่รู้สาเหตุก็ได้ เราในฐานะเพื่อนคนนึงก็ควรที่อย่างน้อยจะสละเวลาให้เพื่อนของคุณ แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถทำให้เขาหรือเธอมีความสบายใจได้เต็มร้อยหรอก แต่แค่อยู่เคียงข้างก็อาจทำให้ลืมเรื่องไม่ดีไปพักนึงได้ แค่นี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ? ส่วนว่าใครจะทำให้เพื่อนดีขึ้นได้แค่ไหนอันนี้ก็ความสามารถเฉพาะตัวแล้วหละ คราวนี้เราอาจพบว่าด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน หลายอย่างของเราจึงคล้ายกันมาก เช่น เมื่อเราอารมณ์ไม่ดี เพื่อนเราก็ดันอารมณ์ไม่ดีตามซะด้วยสิ แล้วจะทำไงดีล่ะเนี่ย บางทีพอนึกอยากจะโทรไปหาเพื่อคุยให้สบายใจ กลับกลายเป็นว่าเห็นเพื่อนก็กำลังหงุดหงิดอยู่ ทำให้เราก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้ช่างมืดมนยิ่งนัก มีแต่คนกำลังเบื่อ เซ็ง ก็ขอให้เราคิดละกันว่า ถ้าเราผ่านวันนี้ไปได้วันหน้าก็คงสดใสขึ้นบ้างแหละ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสนิ จริงมะ? จะอย่างไรก็ตามนะ สิ่งนึงที่น่าจะเป็นอะไรที่ดีคงเป็นการพยายามคุมอารมณ์ตัวเองไว้ให้มากที่สุดในตอนที่ ทั้งเราและเพื่อนต่างก็ประสบปัญหาเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุดถ้าใครคุมอารมณ์ไว้ได้มาก ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีแก่คนทั้งสองแหละ แม้จะไม่มีใครสามารถมีความสุขใจได้เต็มร้อย แต่ก็คงช่วยให้อีกคนไม่รู้สึกว่าโลกนี้มันมืดทึมเกินไปนักหรอก แต่ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเอาอารมณ์ไปลงกับอีกคนซึ่งเป็นเพื่อนของเราด้วยความเผลอตัวเลย สู้ไม่พูดกันสักพักคงดีกว่า บางครั้งเราอาจจะเบื่อหน้าเพื่อน อาจเพราะเหตุการณ์บางอย่าง หรือเพราะเราได้เจอเพื่อนใหม่ที่ดูเหมือนจะดีกว่าเพื่อนเก่า ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าเราได้ขาดเพื่อนคนนี้ไป ไม่ว่าจะด้วยจบการศึกษา ทะเลาะกัน หรือแม้แต่เพราะตัวเราห่างกันไปเองก็ตาม เราถึงจะรู้สึกว่าเราได้ขาดสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของเราให้สมบูรณ์ไป "เราทุกคนอยากให้เพื่อนเป็นอย่างที่เราต้องการ แล้วเราล่ะเคยให้ในสิ่งที่เพื่อนต้องการบ้างมั๊ย" “ทุกคำถามมีคำตอบเสมอ และบางคำถามก็มีหลายคำตอบ นิยามของ “เพื่อน” ก็เช่นกัน ขึ้นกับว่าเราเลือกที่จะมองเพื่อนในแบบไหน” กัปปะน้อย 16:01 น. ก็ขอจบเนื้อเรื่องลงเพียงเท่านี้นะ บางคนอาจสงสัยว่าทำไมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ตั้งใจจะให้ใครอ่านเป็นพิเศษ หรืออยากให้เพื่อนที่กำลังทะเลาะกันอ่านหรือเปล่า ก็ขอตอบเลยนะว่าเปล่า เรื่องที่เขียนเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เจอกันเป็นปกติอยู่แล้ว วันนี้ไม่เจอวันหน้าก็อาจเจอ ดังนั้นเราไม่ขอเจาะจงใครเป็นพิเศษ ถ้าจะเจาะจงจริงๆก็คงเลือกที่จะมอบให้แก่เพื่อนทุกคนที่ช่วงนี้อาจจะมีอารมณ์เครียด โกรธง่าย แล้วก็ยังเซ็งกับชีวิตอีกด้วย (ตอนนี้หลายคนรอบตัวก็เป็นกันอะนะ บอกตามตรง รวมทั้งตัวเราเองหลายครั้งก็เป็น) อาจเป็นเพราะใกล้สอบแล้วก็รู้สึกจะอ่านหนังสือไม่ทันด้วยแหละ อารมณ์เลยอาจบูดไปบ้าง หวังว่าทุกคนหลังจากได้อ่านสิ่งที่เราเขียนก็คงสบายใจขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยนะ ครั้งนี้เราตั้งใจว่าเขียนให้มันอ่านรู้เรื่องขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรู้เรื่องขึ้นรึเปล่า ถ้ายังไงรบกวน comment ไว้ด้วยละกันนะ มีข้อเสนอแนะตำชมยังไงก็ว่ากันมาเลย ถ้าห่วยเกินอ่านได้ จะให้เลิกเขียนก็เสนอมาได้เลยนะ วันนี้ก็คงขอจบแต่เพียงเท่านี้แหละ ขอความสุขจงมีแก่เพื่อนทางโลกทุกคน ขอบคุณที่อุตส่าห์สละเวลาเข้ามาอ่านครับ สวัสดี ^_^ 12月17日 สิ่งที่ลืมคือ...ตัวเราวันนี้ขอเริ่มเปลี่ยนแนวการเขียน blog หน่อยละกันนะ
จากเดิมที่จะใช้ blogนี้ในการเล่าถึงชีวิตในแต่ละวัน
ซึ่งก็คงเหมือนกันกับ blog ของใครอีกหลายคน
ที่จะเขียนวันนี้ และคาดว่าต่อๆไปคงเป็นเรื่องที่หวังว่าจะน่าสนใจสำหรับคนที่เข้ามา blog นี้กันนะ
โดยจะพยายามเล่าเป็นเรื่องที่อาจจะให้ข้อคิด หรือให้ความบันเทิง
ซึ่งก็ได้มาจากชีวิตประจำวันของตัวเรา และคนรอบข้างไม่มากก็น้อย รวมไปถึงหนังสือ หรือบทความที่ได้อ่านด้วย
ถ้ากระทบกระเทือนใครรุนแรง ทำให้เสียชื่อเสียงและไม่พอใจก็ขอให้บอกกันได้จะเอาออกให้เลย
(คิดว่าไม่น่ามีนะ เพราะที่เขียนนี่ไม่มีอารมณ์โกรธเคือง ขุ่นแค้นใครเป็นพิเศษ เขียนไปตามที่คิด ไม่ได้ตั้งอคติไว้แต่อย่างใด)
เรามาเริ่มกันด้วยเรื่องขำๆละกัน เรื่องนี้ชื่อว่า ....
สิ่งที่ลืมคือ...ตัวเราเราเคยถามตัวเองมั๊ยครับว่าวันนึงๆเราใช้เวลาส่วนใหญ่ทำอะไร
มนุษย์เราเลือกที่จะอยู่กับสิ่งที่พอใจ(ถ้าเลือกได้) และอยากจะต่อสิ่งที่พอใจนั้นให้ยาวนานออกไป นอกจากนี้เรายังมีความสามารถอีกอย่างคือ จับผิดคนอื่นได้เรื่อยไป แต่ความผิดตัวเองไม่ปรากฏ เพียงเรารู้ว่าเราไม่ดีอย่างไร แล้วค่อยปรับปรุง เพียงแค่นี้เราก็ประกันกับตัวเองได้แล้วว่าวันนึงเราจะดีแน่ แม้จะยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรก็ตาม แต่ถ้าเราไม่แม้แต่จะรู้ว่าเราไม่ดีอย่างไร ก็คงไม่ต่างกับการขอทรัพย์จากโจร กัปปะน้อย วันนี้ขอจบเนื้อเรื่องไว้แค่นี้ก่อนละกันนะ เป็นครั้งแรกที่แต่งขึ้นมา อาจจะมีประโยคและข้อความที่ยังไหลไม่ลื่นอยู่บ้าง ก็หวังว่าจะได้มีโอกาสแต่งเรื่องต่อๆไปอีกนะ สำหรับคนที่เข้ามาอ่านแล้วก็ช่วยกัน comment ด้วยนะ ชอบไม่ชอบยังไงบอกด้วย จะได้เป็นกำลังใจในการแต่งเรื่องต่อไปอีก ... ใครเข้ามาไม่ comment นี่ขอให้ ....
ขอความสุขจงมีแก่ผู้อ่านทุกท่าน 11月27日 ฉันคือ...ปืนสั้นมา update blog เป็นครั้งที่สอง ...
วันนี้ตื่นมาก็ 11 โมงแล้ว (เฮ้อ เสาร์ อาทิตย์นี่นอนสุโขจริงๆ ) เมื่อคืนนอนไป ตี 4 แน่ะ เพราะว่าเพิ่งโหลด "โกยเถอะโยม" กับ "DOA" มาดู
โกยเถอะโยมก็ดูเพลินๆ ส่วน DOA นี่มันส์ใช่ย่อย เสียอย่างเดียวไม่มี sub title ซึ่งก็เลยฟังเป็นภาษาอังกฤษแทนซึ่งไม่ได้ยากเท่าไหร่นัก (จริงๆมันมีพากย์ไทยน่ะแหละ เพราะเป็น
XVid เลือกโหมดเสียงได้ แต่ว่าอยากได้อรรถรสแบบ original มากกว่า <-- กระแดะหวะ )
หลังจากตื่นก็ทำไรไปเรื่อยๆ จนประมาณ 3 โมงนึกขึ้นมาได้กระทันหันว่าควรทำรายงาน ISO
จึงโทรหาณัฐกับอาชว์(อาเฉา) ก็คุยๆกันไป หาเวปไปก็เจอแต่เวปภาษาอังกฤษทั้งนั้น
เลยนึกขึ้นได้ว่าเคยโหลดโปรแกรมแปลภาษามานี่หว่า(หูย ตั้งหลาย MB แน่ะ ต้องคุณภาพสูงแน่ๆอะ)
ตอนกำลังจะ install ณัฐได้มีการท้วงนิดหน่อยว่า "เฮ้ยอย่าลงเลย แม่งน่าจะห่วย คงประเภทเดียวกับพวกทำหนังเถื่อนใช้ทำ sub title แหละวะ"
ด้วยความมั่นใจใน program + คิดว่าลองไปไม่เสียหาย จึง install เสร็จ
.............เริ่มทดสอบด้วยการพิมพ์ประโยคภาษาอังกฤษลงไปว่า I am Pop.
หลังจากนั้นก็กด แปล..................
ผลที่ออกมานั้นช่างน่าตกใจ + น่าทำลายโปรแกรมยิ่งนัก
มันแปลว่า ฉันคือ...ปืนสั้น
ช่างน่าเศร้าใจโดยแท้ นี่หรือโปรแกรมที่เสียเวลาโหลดมา เอาเถอะขี้เกียจพูดถึงมัน ...
จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยไปยาวนาน สัก สองสามทุ่ม เล่น special force กับทีเจ เล่นๆอยู่ wireless หยุดส่งสัญญาณซะงั้น เด้งจาก server เลย
ประมาณ 4 ทุ่มก็ออกไปกิน swensens กับแม่ กับพี่แป้ง (ตามคำชวนของข้าพเจ้าเอง อยู่ดีๆอยากกินไอติมขึ้นมา )
กลับมาถึงก็มา up blog เนี่ยแหละ (up แบบไม่ละเอียดเท่าไหร่นะ ไว้จะ ละเอียดกว่านี้ในโอกาสต่อไป)
ปล.สุดท้ายแล้วเสาร์ อาทิตย์นี้ได้แค่ ทำรายงาน lab verilog กับอ่าน ee math ไป 3 หน้า เฮ้อ พรุ่งนี้ก็ต้องออกไปทำรายงาน ISO กับณัฐกับอาเฉาที่คณะอีก
ไปล่ะครับพี่น้อง ใครเข้ามาอ่านก็ comment ไว้หน่อยน้า ชอบไม่ชอบยังไงก็ติได้ คราวหน้าจะได้ ทำให้ดีขึ้น สำหรับส่วนของรูป ใครอยากให้เพิ่มเติม หรือว่าไม่ชอบรูปไหนยังไงบอกกันได้น้า ขอบคุณจ้า ^_^
10月22日 วันอาทิตย์กับผู้ชายคนหนึ่งวันนี้ตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นด้วยระยะเวลาการนอน 10 ชั่วโมงโดยประมาณ กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้นอนอย่างนี้
นี่เป็นวันแรกเลยหละที่เริ่มสร้าง blog (เผอิญรู้สึกว่างเลยอยากลองสร้างดูบ้าง เห็นคนอื่นเค้าสร้างกัน ตกยุคไปป่าวหว่า?)
เริ่มต้นด้วยการใส่รูปภาพเพื่อนๆและตัวเองรวมถึงดาราบางคนที่มีอยู่ในมือถือเข้าไปก่อนในblog หวังว่าคงจะทำให้เพื่อนๆได้ดูกันเพลินพอสมควร
พรุ่งนี้(วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2549) ก็จะไปค่าย Bit-Byte แล้ว คนในgroup K ที่ไปกับเราก็มีแค่ 2 คน คือ ยุ้ย และ TJ ค่ายนี้เป็นค่ายของภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิศวฯ จุฬาฯเพื่อกระจายความรู้ไปสู่ต่างจังหวัด ปีนี้ก็ปีที่ 4 แล้ว รุ่นแรกที่เริ่มทำก็คือรุ่นของพี่หนุ่ย พี่ต้น พี่เอม (ซึ่งปัจจุบันเป็นนิสิตปริญญาโท และเป็น TA แล้วด้วย)
ต้องขอโทษท่านเอก เฮดปี2 ด้วยที่ไม่สามารถไปค่าย Leader ได้เพราะติดค่าย Bit-Byte นี่แหละ หวังว่าคงจะสนุกกับค่ายนะ เพราะท่านเอกมีหวานใจที่ชื่อ ... ไปด้วย
ร่ายมาพอสมควร รู้สึกตัวเองพูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลยช่วงนี้(ดูไม่เป็นลำดับขั้นยังไงไม่รู้) ก็หวังว่าคนที่เข้ามาอ่านคงจะพอใจบ้างนะ ไว้จะมา update เรื่องที่น่าสนใจยิ่งๆขึ้นไป
วันนี้ไปก่อน ราตรี อรุณ กลางวันสวัสดิ์
ปล.ช่วงนี้มีงานสัปดาห์หนังสืออยู่นะ ไปเดินมาแล้วรอบนึง ว่าจะไปเดินอีกรอบ
ปล.2 ปิดเทอมมันแป๊ปเดียวจริงๆเนอะ เพิ่งปิดไม่นานจะเปิดอีกและ
ปล.3 งานค่ายลานเกียร์ผ่านกันไปแล้ว เห็นน้องๆทำกันแล้วสนุกสนานดีจริงๆ เราก็แค่คนแก่คนนึง ดีใจด้วยที่งานผ่านไปได้ด้วยดี
ปล.4 คิดถึงบรรยากาศตอนปี 1 จริงๆ
ปล.5 บางทีอ่านปล. ตัวเองกลับไปก็รู้สึกเพ้อๆยังไงไม่รู้สิ หรือเราจะแก่แล้ว?
ปล.6 คงจริงแหละ เพราะถ้าไม่เพ้อคงไม่พิมพ์มาถึง 6 ปล. ได้หรอกเนาะ ว่ามะ?
ปล.7 ทั้งข้อ 5 และข้อ 6 ต่างก็มีคำถามเอาไว้ให้ แต่สุดท้ายก็คงต้องตอบเองแหละมั้ง เฮ้อออ
ปล.8 ไปล่ะนะเพื่อนๆ ใครอ่านก็เม้นทีละกัน หรือไม่เม้นแค่แวะเข้ามา เราก็นิยมในตัวท่านแล้ว !! |
|
|